9 วิธีการเขียนบทความ SEO ที่ถูกต้อง เอาใจ Google

บทความ SEO

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเว็บไซต์ใหญ่ๆต่างๆถึงได้มีส่วนที่เรียกว่า บทความบนเว็บเขากัน เหตุผลนั้นก็เป็นเพราะว่าบทความนั้นถือเป็นเทคนิคการทำ Content Marketing อย่างหนึ่งที่จะช่วยดึงคนเข้ามาเว็บไซต์ได้เยอะขึ้นรวมถึงให้ประโยชน์กับผู้อ่านได้ด้วย แต่นอกเหนือจากการเขียนบทความแบบธรรมดาแล้ว ก็ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เขาเรียกว่าการเขียนบทความแบบ SEO ซึ่งการเขียนบทความแบบนี้นั้น จะแตกต่างจากการเขียนบทความแบบทั่วๆไป โดยในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไรและเทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร

การเขียนบทความ SEO คืออะไร ?

การเขียนบทความ SEO คือ การเขียนบทความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านโดยคำนึงถึง Search Engine ด้วย ซึ่งเทคนิคการเขียนนั้น จะเน้นไปที่การเขียนเกี่ยวกับ keyword หรือคำที่เราต้องการให้ติดอันดับในหน้าค้นหา โดยบทความนั้นๆก็จะอธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาต่างๆที่เกี่ยวกับ keyword หรือคำค้นหานั้นในตัวบทความ

ปัจจัยหลักๆในการเขียนบทความ SEO คือเทคนิคการเขียนที่ถุกต้อง และโครงสร้างของตัวบทความ จะเห็นได้ว่าบทความ SEO นั้นจะต้องคำนึงถึงคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเป็นหลัก ดังนั้นก่อนที่ท่านจะสามารถเริ่มเขียนบทความ SEO ได้จะต้องผ่านเทคนิคที่เราเรียกว่าการทำ keyword Research หริอการเลือกคีย์เวิร์ดมาเป็นคีย์เวิร์ดหลักในตัวบทความก่อน

หากท่านมีคีย์เวร์ดที่ต้องการเเล้ว เราลองไปดูเทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ถูกต้องกัน

เทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ถูกต้อง มีดังนี้:

1.ตั้งชื่อบทความ โดยให้ Keyword นั้นปรากฏในส่วนหน้าของบทความก่อน

อันดับแรกเลยในการเขียนบทความ SEO คือการตั้งชื่อบทความด้วยการใส่ keyword ที่ต้องการติดอันดับไว้ข้างหน้าของชื่อเรื่องหรือ Title Tag โดยเหตุผลที่เรา นำ Keyword มาไว้ด้านหน้าสุด นั้นก็เป็นเพราะว่า Search Engine อย่าง Google จะอ่านจากทางซ้ายไปขวาและหาก Search Engine เจอ keyword ที่เราต้องการไว้ทางด้านซ้ายสุดก็จะช่วยทำให้ มันเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

ส่วนจำนวนครั้งที่จะใส่ keyword ในชื่อเรื่อง ก็ไม่ควรใส่มากกว่า 1 ครั้งเพราะจะทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือและควรใส่คำอื่นๆเพื่อชักจูงให้คนคลิ๊กเข้ามาอ่านบทความของเราด้วย

2. ชื่อบทความต้องมีความยาวไม่เกิน 62 ตัวอักษร

ชื่อบทความ (Title Tag) ที่มีผลต่อ SEO ดีที่สุดนั้นต้องมีความยาวไม่เกิน 62 ตัวอักษรนะครับ เพราะความยาวของตัวอักษรนี้ จะไปปรากฎในหน้า SERPs ของกูเกิ้ล ซึ่งหากเราตั้งชื่อที่ยาวมากกว่านี้ จะส่งผลให้เกิดการตัดคำที่หน้าแรกของ Google และนั่นทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจว่า ลิ้งค์ที่อ่านนั้นต้องการสื่อความหมายอะไรกันแน่ ดังนั้นเน้นๆเลยคือไม่เกิน 62 ตัวอักษร

3 .แบ่งเว้นวรรคตรง Keyword เสมอสำหรับชื่อเรื่อง

กลยุทธ์พิเศษ ในการทำให้บทความนั้นสามารถติดหน้าแรกได้อย่างรวดเร็วคือ การใช้เทคนิคแบ่งคำ Keyword โดยการเว้นวรรคหนึ่งครั้ง ตัวอย่างเช่น

แบบที่ 1 “ รองเท้าฟุตบอล _ราคาถูก
แบบที่ 2 “ รีวิว _รองเท้าฟุตบอล _ราคาถูก
แบบที่ 3 “ ขาย_รองเท้าฟุตบอล ”

ตรงที่เขียน _ นั่นคือส่วนในการเว้นวรรคนะครับ หากทำแบบนี้จะส่งผลให้การอ่านของ Bot นั้นทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากๆ

4. แบ่งหน้ากระดาษออกเป็นสามส่วนเสมอ

การเขียนบทความ SEO ที่ถูกต้องนั้นจะต้องคำนึงถึงผู้อ่านด้วยเช่นกัน ดังนั้นรูปแบบการเขียนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือการแบ่งโครงสร้างหน้ากระดาษออกเป็น 3 ส่วนหลักก็คือ ส่วนเกริ่นนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุป โดยการแบ่งตัวบทความนั้นควรทำเป็นสัดส่วนโดยใช้ Heading Tag เช่น H2, H3,H4 รวมถึงส่วนต่างๆของตัวบทความเองควรถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน ไม่เขียนย่อหน้าในย่อหน้าหนึ่งยาวจนเกินไปจนทำให้ผู้อ่านรู้สึกน่าเบื่อเวลาอ่าน ควรใช้ Element ต่างๆของ html เช่น List, Bullet Points เป็นต้นซึ่งจะช่วยทำให้ตัวบทความเรื่องอ่านง่ายขึ้นสำหรับผู้อ่านและ Search Engine Bot ด้วย

5. เทคนิคการเขียนบทความ SEO ส่วนเกริ่นนำ

ส่วนเกริ่นนำนั้นถือเป็นหนึ่งในส่วนลักในตัวบทความ SEO เพราะจะเป็นส่วนนี้แหละที่ผู้อ่านจะตัดสินใจว่าควรอ่านบทความของท่านต่อหรือไม่โดยการเขียนส่วนเกริ่นนำที่ถูกต้องนั้นควรจะกระชับได้ใจความและอธิบายให้ถึงภาพรวมของเนื้อหาที่เราจะต้องการเขียน โดยการเขียนส่วนนี้ให้ถูกต้องนั้นมีเทคนิคง่ายๆดังต่อไปนี้

  • ใส่ Keyword เข้าไปอย่างน้อย 2-3 คำ
  • ทำตัวหนา ในส่วนของKeyword ไม่เกิน 3 คำ
  • กระจาย Keyword ให้อยู่ในส่วนของเนื้อหาเกริ่นนำอย่างสมดุล
  • ไม่ต้องทำการเคาะย่อหน้า

สำหรับเปอร์เซ็นต์ของส่วนเกินนั้น ควรมีไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหาทั้งหมด

6. การเขียนเนื้อหาในส่วนของเนื้อหาหลักของตัวบทความ

ในส่วนของตัวเนื้อหาของบทความนั้นก็จะเป็นส่วนที่เราจะต้องทำการอธิบายเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดที่เราต้องการให้ติดอันดับ ซึ่งหัวข้อต่างๆในตัวเนื้อหาของบทความ ก็จะแบ่งแยกออกไปเป็นเนื้อหาส่วนย่อยต่างๆมากมาย โดยในที่นี้เราก็จะใช้การเว้นวรรคย่อหน้าและควรคำนึงถึงผู้อ่านเป็นหลัก

เวลาเขียนบทความ ควรจะใส่คีย์เวิร์ดในตัวเนื้อหาดวย โดยในที่นี้ เราไม่ควรใส่มากเกินไปเช่นกัน เพราะ Google จะมองว่าเราพยายามใส่มากเกินไป  คำแนะนำส่วนใหญ่บอกว่า Keyword density ไม่ควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density หมายถึงสัดส่วนของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับปริมาณ Text ทั้งหมดในบทความ คำแนะนำคือ ถ้าเป็นไปได้ เราควรใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ จากนั้นคือให้กระจายหลวมๆ ทั่วทั้งบทความ

ใน WordPress วิธีดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO ตรวจสอบได้เช่นกัน

สูตรการเขียนจะเป็นดังนี้

  • เขียนเนื้อหาในรูปแบบของหัวข้อย่อยเสมอๆ
  • เว้นวรรคทุกบรรทัดหัวข้อย่อย
  • อย่าพยายามใส่เลขนำหน้าหัวข้อย่อย
  • รักษาความสวยงาม และความสมดุลของบรรทัดไว้
  • ใส่ตัวหนาได้ไม่เกิน 1 ที่สำหรับ Keyword
  • พยายามให้มี Keyword กระจายไปให้ทั่วทั้งบทความ
  • หัวข้อย่อยแต่ละตัวให้ตั้งเป็นตัวหนา (bold) และมีขนาดที่ H2 เสมอ

นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ก็ควรทำการลิงค์ไปหาบทความอื่นๆที่อยู่บนเว็บเราด้วยเพื่อให้ผู้อ่านและ search engine อย่าง Google สามารถเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาหัวข้อต่างๆบนเว็บไซต์ของเราได้

7. การเขียน ในส่วนของการสรุป

ส่วนสุดท้าย คือการเขียนเนื้อหาในส่วนของการสรุป ซึ่งแน่นอนว่าส่วนนี้นั้น เป็นส่วนที่อธิบายถึง บทสรุปของการทำหรือปฏิบัติตามแนวของบทความ ซึ่งเป็นเสมือนจุดสุดท้ายที่ให้ผู้อ่านนั้นได้ระลึก หรือว่าได้เห็นความสำคัญของบทความนี้มากยิ่งขึ้น โดยหลักคือเขียนเพียง 10% ของจำนวนบทความทั้งหมดเท่านั้น

8. เขียนบทความที่คลอบคลุมเนื้อหา

เรื่องนึงเลย ที่ท่านอาจสงสัยคือ เราต้องเขียนบทความยาวขนาดไหน คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหัวข้อที่ท่านเขียนครับ โดยบทความที่ดี มีคุณภาพ เฉลี่ยเเล้วอยู่ที่ประมาณ 1,000 คำ เพราะสิ่งที่ Google มองหา คือความครอบคลุมของเนื้อหาของตัวบทความ เเล้วโดยปกติเเล้ว หากบทความจะครอบคลุม ก็ต้องมีความยาวประมาณหนึ่ง ตอบคำถามสิ่งที่ผู้ค้นหากำลังหาได้

9. อย่าลืมเรื่องรูปภาพ

ทุกครั้งที่เราเขียนบทความลงไปในเว็บไซต์ ให้เรานั้นทำการแทรกรูปภาพ ที่มีการตั้งชื่อไฟล์ภาพ เป็นชื่อ Keyword และตั้งชื่อ Keyword ลงไปอีกครั้งในช่องค่า Alt Text การทำแบบนี้จะช่วยดันอันดับบทความของเรา ให้ขึ้นหน้าแรกโดยใช้เวลาเพียงไม่นานเลยครับ

สรุปแล้ว ด้วยหลักการ 9 ข้อที่ ได้กล่าวไปข้างต้น จะช่วยให้การออกแบบการเขียน บทความ SEO ถูกต้องตรงตามความต้องการของ Google มากที่สุด และมีส่วนสำคัญในการดันอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้นด้วยครับ