SEM คืออะไร? สำคัญอย่างไร ใน Digital Marketing?

SEM คืออะไร สำคัญอย่างไร

Search Engine Marketing หรือ SEM คืออะไร และมีประโยชน์สำหรับการทำตลาดออนไลน์อย่างไรบ้าง

คำนี้ ถ้าเทียบกับ SEO ที่คนนิยมทำกัน มือใหม่ในด้านการตลาดออนไลน์อาจจะไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่นัก แต่เวลานี้การทำ SEM เริ่มที่จะได้รับความสนใจมากขึ้น ในฐานะที่เป็นรูปแบบของการทำโฆษณาเว็บไซต์ ซึ่งก็มักมีการทำคู่ขนานไปกับการทำ SEO ด้วยวันนี้เราจะมาแนะนำลักษณะการทำงานและประโยชน์ของ SEM โดยเบื้องต้นครับ

SEM คืออะไร?

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing ซึ่งเป็นการทำการตลาดบนเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ Search Engines เช่น Google โดยจะเน้นไปที่การตลาดเเบบโฆษณาเป็นหลัก

การโฆษณาผ่านเครื่องมือค้นหา 3 ประเภทคือการจ่ายต่อคลิก (PPC), จ่ายต่อการแสดงผล (PPI) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cost Per Mille (CPM) และโปรแกรม Pay Per Sale หรือ Action (PPS / PPA)

ศัพท์เฉพาะ ใน SEM

ก่อนที่จะลงไปดูรายละเอียด ก่อนอื่นให้ทำความเข้าใจกับคำศัพท์ที่สำคัญก่อนพื่อที่คุณจะไม่สับสนเมื่อมีการกล่าวถึงในบทความนี้

1. อัตราการคลิกผ่าน (CTR)

CTR ย่อมาจากคำว่า Click Through Rate คือ อัตราส่วนที่บ่งบอกว่าผู้เข้าชมมีการคลิกโฆษณาของเราบ่อยครั้งแค่ไหน

2. การแสดงผลโฆษณา

จำนวนครั้งที่โฆษณาของคุณปรากฏในเครื่องมือค้นหาเมื่อผู้ใช้พิมพ์คำค้นหาที่คุณต้องการยิงโฆษณา โดยการแสดงผลนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้ใช้เห็นโฆษณาของคุณ

3. คำค้นหา (Keyword)

คำหรือวลีที่ผู้ใช้ ใช้ในการค้นหาบนเครื่องมือค้นหา หรือ Search Engine

4. แคมเปญ (Campaign)

แคมเปญหรือแคมเปญโฆษณาเป็นชุดข้อความโฆษณาที่ใช้แนวคิดและธีมร่วมกัน โดยทั่วไปจะกำหนดวัตถุประสงค์โฆษณาของคุณและอยู่ในลำดับชั้นหรือระดับสูงสุดในการโฆษณา

5. คะแนนคุณภาพ (Quality Score)

คะแนนที่เครื่องมือค้นหามอบให้เว็บไซต์หรือโฆษณาโดยวัดอัตราจากการ คลิกผ่านหน้า Landing Page ประสิทธิภาพของคำค้นหา และปัจจัยสำคัญอื่น ๆ โดยจะเน้นไปในการทำ Google Adword

คะแนนคุณภาพสูงกว่าหมายความว่าคุณสามารถจ่ายน้อยกว่าคู่แข่งสำหรับโฆษณาในขณะที่รักษาตำแหน่งการแสดงโฆษณาไว้เหมือนเดิม

รูปแบบการทำงานของ SEM

โดยปกติแล้ว SEM จะเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ใช้ 2 วิธีการหลัก คือ

Search Advertising หรือ ทำการตลาดด้วยโฆษณา รูปแบบนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในลักษณะของ PPC (Pay Per Click) ซึ่งเราจะต้องจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาคลิกในเว็บไซต์ที่เราโฆษณาเท่านั้น โดยวิธีนี้จะนิยมใช้กันมากในต่างประเทศ

การจ่ายต่อคลิก (Pay Per Click) หรือ PPC คืออะไร?

โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิกหรือ PPC เป็นประเภทของการตลาดทางอินเทอร์เน็ตที่ผู้โฆษณาจ่ายค่าธรรมเนียมในแต่ละครั้งที่มีการคลิกโฆษณาเพื่อเข้าชมเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page โดยค่าใช้จ่ายสำหรับการโฆษณาจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายของคำที่ต้องการยิง หรือ Keyword ที่ผู้ใช้ยินดีจ่าย

กลยุทธ์นี้ ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคุณไม่ต้องกังวลกับการถูกเรียกเก็บเงินหากไม่มีใครเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ และได้กลายเป็นที่นิยมในโลกของการโฆษณาในปัจจุบัน

Organic Search เป็นการทำตลาดด้วย SEO วิธีนี้เจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางแพล็ตฟอร์ม แต่จะเสียค่าใช้จ่ายให้คนทำ Content และ SEO เป็นหลัก

สำหรับกลยุทธ์ในส่วนของการทำ SEM ที่ดีก็คือ ไม่ว่าจะแบบไหนก็ควรต้องสร้างคำสำหรับค้นหา หรือ Keyword ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเราขึ้นมาเป็นตัวนำบนหน้าเว็บไซต์ จากนั้นเมื่อมีคนค้นหาคำหรือ Keyword ที่ตรงกับที่เราได้ตั้งไว้ในเว็บ Search engine จากนั้นเว็บไซต์ของเราก็จะแสดงผลขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าการทำ SEM ที่ได้ผลที่สุดยุคนี้ก็คือผ่านทาง Google เป็นหลัก เนื่องจากในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกนิยมใช้งานเป็นอันดับ 1

ข้อเเตกต่าง ระหว่าง SEO กับ SEM

ในโลกของการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) SEO (Search Engine Optimization) ถือได้ว่าเป็นส่วนย่อยของ SEM เพราะทั้งสองเทคนิคถือเป็นประเภทของการตลาดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือค้นหา แต่ถึงกระนั้น ทั้งสองก็มีความเเตกต่างที่ชัดเจน เเละไม่ควรใช้แทนกัน

เนื่องจากทั้งสองรูปเเบบมีกลยุทธิ์เเละวิธีการที่แตกต่าง โดย SEO นั้น จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนเเบบระยะยาว ค่อยๆสร้างความเป็นที่รู้จักเเละความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์ โดยในการทำ SEO นั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง เช่น การเขียนเนื้อหาคุณภาพ การสร้าง Backlink เป็นต้น เเต่ไม่จำเป็นต้องใข้ทุนเยอะเพื่อให้เห็นผล

ในทางกลับกัน SEM นั้น ใช้ความพยายามและเวลาเพียงเล็กน้อยที่จะเห็นผล โดยสิ่งที่คุณต้องมี ก็คือเงินและกลยุทธ์ในการแข่งขันกับคู่แข่งของคุณ เมื่อพูดถึง SEM จริงๆแล้วปัจจัยสองประการที่คุณควรพิจารณาคือ จำนวนเงินค่าโฆษณาสำหรับคำค้นหา หรือ Keyword และแคมเปญโฆษณาทีดี

ข้อดีของ SEM

  1. ส่วนใหญ่แล้วเห็นผลค่อนข้างเร็ว หรือถ้าต้องใช้เวลาก็ภายใน 1-6 เดือน
  2. สามารถปรับเพิ่มและจัดการ Keyword ได้ตลอดเวลา
  3. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ค่อนข้างรวดเร็ว
  4. การค้นหามักจะพบอยู่ในหน้าแรกๆเสมอ
  5. ถึงจะมีเพียงเว็บเดียวก็สามารถทำได้
  6. วัดผลและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นชุดตัวเลขได้

ข้อด้อยของ SEM

  1. กรณีที่ทำ Search Advertising จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประมูล เว็บไซต์ของเราจึงจะติดอันดับต้นๆ ดังนั้นถ้ายอดเงินในการประมูลหมด อันดับก็จะตกไปด้วย
  2. ต้องเสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกเข้ามาดูในเว็บไซต์
  3. ราคาค่าโฆษณาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการแข่งขัน
  4. มีค่าใช้จ่ายสูง อาจจะไม่คุ้มกับบางเว็บไซต์ที่ไม่ได้มุ่งเรื่องธุรกิจหรือขายสินค้ามากนัก
  5. พฤติกรรมของผู้ใช้ Google ที่เปลี่ยนไป แนวโน้มที่คนจะไม่เลือกคลิกในเว็บไซต์ที่ซื้อโฆษณาที่ทำให้อยู่ในอันดับต้นๆของ Google มีมากขึ้นเรื่อยๆ
  6. แม้ว่าจะมียอดคนคลิกเข้ามาก แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าสินค้าในเว็บไซต์จะขายดีไปด้วยเสมอไป

โดยสรุปแล้ว การทำ SEM ที่ดีควรจะต้องใช้การผสมผสานระหว่างซื้อโฆษณาเพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของเราผงาดขึ้นมาท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง แล้วติดอันดับอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องทำให้การค้นหาแบบ Organic Search เป็นตัวหลักในระยะยาวด้วยเช่นกัน